เพ็ดลีย์ต้อง ประหลาดใจอีกครั้งเมื่อไปถึงจุดที่วัตถุนั้นพุ่งขึ้นมาในทะเลสาบนั้นมีที่ ว่าง รูปวงกลมขนาดใหญ่ซึ่งไม่มีต้นอ้อเลย ผิวน้ำยังหมุนวนช้าๆ ตอนที่เขาผ่านตรงนั้นก่อนหน้านั้นสามชั่วโมง ตรงนั้นยังเป็นดงอ้ออยู่แท้ๆ เขากลับขึ้นรถแทรกเตอร์แล้วขับออกไปในช่วงบ่าย เพ็ดลีย์กลับไปดูจุดนั้นอีกครั้ง คราวนี้สภาพเปลี่ยนไปแล้ว มีต้นอ้อสดสีเขียวลอยเป็นวงกลมแทนจุดเดิม เรียงตัวในทิศทางตามเข็มนาฬิกา เส้นผ่าศูนย์กลางราว 30 ฟุต
คราวนี้เขาตื่นเต้นจนรีบไปบอก เรื่องนี้กับเจ้าของที่ดินกับเล่าให้เพื่อนอีกคนฟัง เพนนีซีบอกว่าวันนั้นหมาของเขาก็มีอาการแปลกๆ มันเห่ากระโชก แล้ววิ่งไปทางทะเลสาบตอนตีห้าครึ่ง เมื่อเพนนีซีไปดูจุดเกิดเหตุพร้อมชายอีกคนหนึ่งก็ต้องแปลกใจกับกลุ่มต้นอ้อ รูปวงกลมที่เห็น เมื่อลุยน้ำเข้าไปดูใกล้ๆ พวกเขาก็พบว่าข้างใต้นั้นไม่มีราก และพื้นทะเลสาบตรงนั้นก็ราบเรียบ
ที่น่าฉงนก็คือ ส่วนขอบนอกของกลุ่มต้นอ้อนี้ลู่ลงเหมือนรูปจานที่วางคว่ำทับลงไป เพนนีซีกลับไปเอากล้อง พอกลับมาถ่ายรูป ต้นอ้อส่วนที่อยู่บนสุดก็เริ่มแห้งเป็นสีน้ำตาลแล้ว เย็น นั้น จอร์จ เพ็ดลีย์ แจ้งเรื่องนี้ให้ตำรวจเมืองทัลลีทราบ ซึ่งหลังจากตำรวจได้มาดูที่เกิดเหตุในวันต่อมาก็ได้แจ้งเรื่องต่อไปยังกอง ทัพอากาศของออสเตรเลียในเวลาไม่กี่วัน เรื่องนี้ก็กลายเป็นข่าวดัง มีการเสนอทฤษฎีอธิบายสาเหตุต่างๆ กันไป บ้างว่าเป็นฝีมือของเฮลิคอปเตอร์ บ้างว่าเกิดจากนกตัวใหญ่ๆ จระเข้ พวกแมลงที่กินต้นอ้อ ไปจนถึงลมหมุน
ช่วง นั้นมีการพบ "รัง" อื่นๆ อีก 5 แห่ง ซึ่งมีขนาดย่อมกว่า บางแห่งกองต้นอ้อเรียงตัวในทิศทางทวนเข็มนาฬิกา สองแห่งมีรอยไหม้เกรียมตรงกลางของรัง มีการส่งตัวอย่างจากรังแห่งแรกไปพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ ที่ผิดปกติก็คือ ต้นอ้อเหล่านั้นจะแห้งเป็นสีน้ำตาลในเวลาแค่ 8 ชั่วโมง ซึ่งโดยทั่วไปจะกินเวลาราว 3 วัน ที่แปลกอีกอย่างคือ อัลเบิร์ต เพนนีซี เจ้าของที่ดิน บอกกับหนังสือพิมพ์เดอะซันของออสเตรเลียว่า เขาฝันเห็นยูเอฟโอลงจอดบนที่ดินของเขามาเป็นสัปดาห์ก่อนหน้านั้น"ผมฝันเห็นมันเกือบทุกคืน ฝันอย่างเดียวกันทุกครั้ง"
ปรากฏการณ์ที่ทะเลสาบฮอร์สชูคืออะไรกันแน่?
ไม่มีหลักฐานว่ามีเฮลิคอปเตอร์บินไป แถวๆ นั้นในวันนั้น จระเข้ก็ไม่ทำรัง ตัวอย่างต้นอ้อที่ส่งไปวิเคราะห์ก็ไม่พลแมลง ไม่มีนกชนิดไหนทำรังขนาดใหญ่อย่างนั้นในเวลาแค่สามชั่วโมงแน่นอนกองทัพอากาศ ออสเตรเลียบอกว่า มันเกิดจากลมหมุนขนาดเล็ก ซึ่งมักเกิดในบริเวณนั้นมีการอธิบายกันว่า ลมหมุนเป็นตัวการทำให้ดงอ้อราบลู่ลง และดูดเอาเศษวัสดุต่างๆ ลอยขึ้นไป ทำให้มองเห็นเหมือน "จานบิน" เสียงหึ่งๆ ที่ว่านั้นก็คือเสียงลมนั่นเอง และการที่กอต้นอ้อเรียงตัวเป็นรูปตามเข็มนาฬิกาก็สอดคล้องกับทิศทางของลม หมุน
อย่างไรก็ตาม นักค้นคว้าเรื่องจานบินแย้งว่า โดยทั่วไปแล้ว ลมหมุนมักเกิดในช่วงที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง แม้เหตุการณ์นี้จะเกิดในช่วงฤดูฝน แต่วันนั้นท้องฟ้ามีแดดออก และแทบไม่มีลมพัดเลยวัตถุสีเทาที่เพ็ดลีย์พูดถึงก็มีลักษณะเหมือนจานคว่ำ ประกบกัน ซึ่งเศษใบไม้ใบหญ้าที่เกิดจากลมหมุนพัดพาคงไม่มีรูปร่างอย่างนั้น แล้วในบริเวณนั้นก็ไม่มีเศษใบไม้ใบหญ้าที่ปลิวกลับลงมาหลังจากกระแสลมคลาย ตัวด้วย
ประการสุดท้าย ทฤษฎีลมหมุนจะอธิบายได้อย่างไร ว่าทำไมตอนที่เพ็ดลีย์ไปดูครั้งแรกนั้น ผิวน้ำตรงนั้นไม่มีต้นอ้อเลย แต่กลับมีต้นอ้อลอยมารวมกันเมื่อเขากลับไปดูอีกครั้งในสามชั่วโมงให้หลังลม หมุนหรือจานผี..แล้วแต่ใครจะเชื่อ!?!
ที่มา : http://www.thaipost.net/
http://www.yimwhan.com/board/show.php?user=modx&topic=14&Cate=2
http://www.ufoevidence.org/cases/case65.htm

หวัดดีจ้าแวะมาเยี่ยมจ้า ^^ //เดอะฟักทองอินเตอร์
ตอบลบเจิม... เช่นกัน !!
ตอบลบ( Cocopok )
ไม่อยากระบุชื่อ แต่ตามมาอ่าน
ตอบลบ(bbiggy)